เที่ยวสังขละบุรี

คราวนี้ผมจะพาทุกท่านออกเดินทางสู่เมืองกาญจนบุรี ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และยังมีประวัติศาสตร์อันยาวนานอีกด้วย อย่างนั้นอย่าให้เสียเวลาเลยครับ เราออกเดินทางกันเลยดีกว่า
แวะทานอาหารกันก่อนครับ เพราะยังไม่ได้ทานข้าวเลย 555 ที่ตลาดเมืองกาญจนบุรี แต่สาเหตุที่แวะที่นี่เพราะว่า อยากมาถ่ายภาพและดูประวัติที่เล่าขานกันมานาน ถึงสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2นั้น ได้มีเรื่องร่าวมากมายเกิดขึ้นที่นี่ โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึก ประมาณ 61,700 คน เพื่อมาสร้างสะพานโดยในเชลยศึกนี้ก็มีคนไทยอยู่ด้วยเป็นจำนวนมาก และมีเรื่องเล่าขานมากมายถึงความยากลำบาก ความโหดร้าย และความทารุณของสงคราม แต่เรามาดูเพื่อระลึกถึงวีรกรรมของชนชาวสยามในสมัยนั้นกันครับ
ขับรถผ่านไทรโยกน้อย แต่มาแวะจอดเก็บบรรยากาศที่ไทรโยกใหญ่ น้ำตกขึ้นชื่อของเมืองกาญจนบุรี ที่ต้องจอดรถดูความสวยงานสักหน่อยก่อนจะเดินทางต่อ ซึ่งที่นี่เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และเป็นเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นหน้าเป็นตาของเมืองกาญจนบุรีอีกแห่งหนึ่ง
ขับรถกินลมเรื่อยเปื่อยมาตลอดทาง เพราะว่าพออออกจากตัวเมือง สองข้างทางจะมีต้นไม้มากมาย เส้นทางขึ้นเขา ลงเขา บรรยากาศร่มรื่นเป็นอย่างมาก ทำให้ผม จอดเก็บภาพตามทางมาเรื่อยๆ จนในที่สุดก็มาถึง อำเภอสังขละจนได้ ยังไงตอนนี้คงต้องหาที่พักกันก่อนนะครับ รีสอร์ทแถวนี้มีความเป็นธรรมชาติมากๆ โดยมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ราคาประหยัดซึ่งเริ่มต้นเพียง 700 บาท ที่คอฟฟี่ เบอร์รี่สังขละบุรี แบบข้างหน้าติดแม่น้ำข้างหลังติดภูเขา ที่ Ponnatee Resort หรือจะแบบไทยๆและเรียบง่ายราคาไม่แพง ที่ Cat & Oil Home
หลังจากได้ที่พักเรียบร้อยเราเดินทางกันต่อแบบท่องเที่ยวให้คุ้มค่า ที่เมืองบาดาล หรืออีกชื่อหนึ่งที่เรียกกันว่าเมืองใต้น้ำ สถานที่แห่งนี้ถือได้ว่ามีประวัติศาสตร์อีกเช่นกันเพราะเป็นซากเมืองเก่าที่ถูกน้ำถ่วมจากการสร้างเขื่อนเขาแหลม นอกจากนี้เรายังได้เห็นถึงความงดงามของวัดวิเวการามโดยการเช่าเรือล่องไปตามแม่น้ำ
ผมรีบตื่นมาตั้งแต่เช้าเพราะไฮไลท์ทั้งหมดของการท่องเที่ยวสังขละอยู่ที่สถานที่แห่งนี้ โดยเริ่มจากมานั่งรอใส่บาตรที่สะพานมอญ และสัมผัสกับสายหมอกในตำนานที่ผู้คนต่างกล่าวถึงว่าเย็นสดชื่น และวิวสะพานไม้ที่สวยเกินบรรยาย โดยนี่คือสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย คุณสามารถชมวิวทะเลสาบของเขื่อนวชิราลงกรณ์ ที่แม้สายหมอกจะทำให้รู้สึกเย็นชื้นแต่ใจกลับอบอุ่นอย่างน่าประหลาด
เราเดินทางมาหาอะไรทานกันต่อที่ ด่านเจดีย์สามองค์ ซึ่งที่นี่มีสินค้าจำพวกของที่ระลึกมากมายโดยส่วนมากจะมาจากทางฝั่งพม่า เช่นพวก เฟอร์นิเจอร์ไม้ และพวก หินสร้อย ต่างๆ หากใครยังเที่ยวไม่จุใจก็สามารถข้ามไปเที่ยวต่อที่ฝั่งพม่าได้ โดยทำใบผ่านแดนเข้าไปในพม่าได้ภายใน 1 วัน เพื่อเข้าชมเมืองพญาตองซู ซึ่งห่างจากด่านประมาณ 3 กิโลเมตร ส่วนผมไม่พลาดอยู่แล้ว
ผมเดินทางเข้ามาในประเทศพม่า มาถึงยังวัดเสาร้อยต้น ซึ่งไม่ไกลนักห่างจากด่านเจดีย์สามองค์เพียง 5 กิโลเมตร โดยจุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือเสานับร้อยต้นในวัดทำมาจากไม้แดง และวัดแห่งนี้มีทั้งหมด 3 ชั้น และชั้นบนสุดนั้นห้ามผู้หญิงขึ้น
เดินทางกลับประเทศไทย ข้อสำคัญควรศึกษาขั้นตอนอย่างละเอียด และมีความรอบครอบอย่างมากหากอยากจะเดินทางข้ามฝั่งไปยังประเทศพม่า เพราะค่อนข้างมีกฎระเบียบและขั้นตอนมากพอสมควร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *